December 30th, 2008 | in
บ้ากับตัวเอง |
4 comments
อีกไม่กี่วัน ก็จะถึงวันขึ้นปีใหม่แล้วนะครับ ในหนึ่งปีที่ผ่านมา ผมไม่ค่อยได้ทำในสิ่งที่อยากจะทำเลย นั้นก็เป็นเพราะความขี้เกียจของผมนั่นเอง
นิสัยที่ไม่ดีในตัวผมในตอนนี้ก็คือ คิด คิด คิด คิด คิด แต่ไม่ค่อยทำ ใครเขาจะชอบละครับ จริงไหม?
มีอีกหลายสิ่ง หลายอย่างมาก ที่ผมอยากจะทำ ถ้าวันนี้ผมเกิดตายขึ้นมา ผมคงเสียดายมากที่ไม่ได้ทำสิ่งเหล่านั้น การทำอะไรเพื่อคนอื่น หรือเพื่อตัวเองก็แล้วแต่ มันเป็นสิ่งดีนะครับ แต่อย่าลืมนะครับ ต้องไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน
ผมกะไว้ว่าผมจะลองวางแผนปีหน้าดูครับ ว่าจะทำอะไรดี จะทำไรใหม่ มันก็คล้ายๆ ครับ วางจุดมุ่งหมายภายใน 1 ปีครับ
(ทำได้หรือไม่ได้ค่อยว่ากัน)
- ศึกษา CSS ให้เก่งกว่าเดิม
- ไปค่ายใหญ่ ค่ายอาสาพัฒนา ม.เกษตรฯ
- เขียนไดอารี่ตอนฝึกงานทุกวัน (ฝึกงานกับ Tarad.com ครับ)
- อับบล็อกเรื่องที่มีประโยชน์กับผู้อื่นมากขึ้น
- Database Project | Codename : สบู่
- E-Commerce Project | Codename : ดอกไม้
- Web Service Project | Codename : แผนที่
- Web Project | Codename : โฆษณา
พอก่อนแล้วกัน ฮ่าๆ
แล้ววันนี้ในปีหน้ามาดูกันครับ ว่าผมจะทำได้หรือไม่ … เป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ
September 3rd, 2008 | in
บ้ากับตัวเอง |
1 comment
เห็นไหมครับ การเลือกคู่ ยังเป็นศิลปะเลยครับ
จริงๆ มันก็คือ หลักในการเลือกคู่นั่นแหละครับ ได้มาจากการเรียนวิชา Art of Living ครับ อย่างที่ผมเคยบอกครับ นานๆ ผมจะตั้งใจเรียนครั้งสักหนึ่ง ฮ่าๆ (วิชา่ที่ภาคไม่เห็นจะสนใจแบบนี้เลยวะ - -”) เริ่มกันเลยแล้วกัน
การเลือกคู่ มี 2 แบบครับ
- มีสิทธิ์เลือกเอง
- ไม่มีสิทธิ์ในการเลือกคู่ (มีคนจัดให้ เช่น คุณพ่อ คุณแม่)
เกณฑ์ในการเลือกคู่
เกณฑ์ทางด้านจิตวิทยา ใช้จิตใจเป็นตัววัด
- ความรัก (Love) คือความรู้สึกชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นความรู้สึกเชิงบวก
D Love รักเพราะเขาเป็นอย่างที่เราอยากให้เป็น รู้ว่าเราชอบผมยาว ก็ไปต่อผม รู้ว่าเราชอบผู้หญิงห้าวๆ หน่อย ก็เปลี่ยนตัวเองเพื่อเรา
Be Love รักเพราะเขาเป็นเขา ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ฉันก็รัก พบได้ในครอบครัว เช่น พ่อแม่ รักตั้งแต่ยังไม่เห็นเราเลย เราจะเป็นอย่างไรก็รักเรา รักทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าโตขึ้นจะเป็นเด็กดีรึเปล่า
- ความพึงพอใจ (Pleasure) รู้สึกว่าใช่อย่างที่เราหวัง เป็นความรู้สึกทางบวก เช่น พอใจทางรูปร่างหน้าตา
- บุคลิกภาพ (Personality) ผู้ชายผูกไทค์ ผู้ชายเอาเสื้อเข้าในกางเกง ชอบแบบไหน ชอบคนที่แต่งกายอย่างไร ดูได้จากหลายๆ อย่าง เช่น ดูได้จากการแต่งกาย การแสดงออก ท่วงท่า ที่แสดงออกมา
- พฤติกรรม (Behavior) เราจะทนได้กับพฤติกรรมแบบนี้รึเปล่า เขาเป็นคนอย่างไร เราจะรับได้รึเปล่า แต่ละคนที่ความชอบที่ไม่เหมือนกัน
- อุปนิสัย (Habit) เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ คอยดูแลเพื่อนฝูง เป็นคนนิสัยดี รู้จักที่จะเอาใจใส่ รู้จักเสียสละ เป็นโอกาสที่เราต้องเรียนรู้
- คุณสมบัติ (Characteristic) สวย ฉลาด น่าตาดี หล่อ หรือมีความเข้าใจคนอื่น มีมนุษยสัมพันธ์ เวลาผ่านไปคุณสมบัติจะลดลงเรื่อยๆ แต่ขอให้เป็นคุณสมบัติที่รับได้
- ค่านิยม รสนิยม มีค่านิยมที่ดี มีความชื่นชมในสิ่งเดียวกัน เช่น ชอบกีฬา ชอบดนตรี หรือมีความเข้าใจอันดีต่อกัน ชอบดูหนังแนวเดียวกันรึเปล่า
- อุดมการณ์ สิ่งที่เราคาดหวังในอนาคต
- ความตรงกันข้าม เป็นความท้าทายชนิดหนึ่ง ถ้าเหมือนกันจนเกินไปมันคงจะไม่สนุก แต่ถ้าต่างกันบางก็คงดี เช่น พูดเยอะ พูดน้อย เขาไม่มีในสิ่งที่เรามี เขาอาจจะยอมรับเราได้
เกณฑ์ทางด้านสังคม (sociological aspect of mate selection)
- อายุ (Age) เช่น ผู้ชายอายุมากกว่าผู้หญิง ผู้ชายเป็นช้างเท้าหน้า และผู้หญิงก็ควรเป็นผู้ตามที่ดี แต่อายุควรใกล้เคียงกัน ไม่ควรต่างกันมาก จะทำให้ไม่เกิดช่องว่างระหว่างกัน เช่น ชอบฟังเพลงคนละยุค คนละสมัยกัน ฮ่าๆ
- การศึกษา (Education) การศึกษาที่ใกล้เคียงกัน จะก่อให้เกิดความเข้าใจกันมากขึ้น วิสัยทัศน์ มุมมองจะใกล้เคียงกัน ถ้าการศึกษาต่างกันมาก จะเกิดคำพูดที่ว่า “ก็เธอเรียนแค่นี้ เธอจะรู้อะไร” เอ่อ.. นั่นไงครับ ปัญหาเกิดแล้ว
- พื้นฐานทางสังคม (Social status) เขาอยู่บ้านเขา เราอยู่บ้านเรา ต้องใช้เวลาปรับตัวเข้าหากัน ถ้าต่างกัน ก็จะใช้เวลามาก และยากขึ้น เช่น ครอบครัวธุรกิจ กับ ครอบครัวราชการ เวลาในการทำงาน เวลาในการพบลูกค้า เวลาต่างๆ ก็จะต่างกัน
- เชื้อชาติ และศาสนา (Religion) วิถีชีวิต ความเป็นอยู่ และการที่เราจะปรับตัวเข้าหากัน เพราะถ้าต่างศาสนา ก็จะต้องใช้เวลาในการศึกษาก็อีกฝ่ายหนึ่ง และใช้เวลาในการปรับตัว
- ฐานะทางเศรษฐกิจ (Economic) ความเหลื่อมล้ำ เป็นชนวนที่จะก่อให้เกิดปัญหาภายภาคหน้าได้ พื้นฐานของครอบครัวเป็นตัวที่จะเสริมส่งในการดูแลเรื่องเศรษฐกิจ
- สุขภาพ (Health) คนที่มีสุขภาพกายและใจที่ดี ก็จะเป็นคนที่เราทำให้ใช้ชีวิตคู่ด้วยกันได้ จะต้องมีสุขภาพกายที่แข็งแรง และสุขภาพใจที่มั่งคง
ทั้งสองเกณฑ์นี้จะถูกใช้ขึ้นมาเมื่อเราต้องการจะเลือกใครสักคนมาเป็นคู่ครอง มาตัดสินว่า “ใช่” หรือ “ไม่ใช่” บางครั้งเราเลือกเกณฑ์ใดเกณฑ์หนึ่ง แต่บางครั้งเราก็ใช้ทั้งสองเกณฑ์ บางครั้งฐานะทางสังคมต่างกันมากๆ ก็สามารถอยู่ร่วมกันได้ ขึ้นอยู่กับการปรับตัวของแต่ละฝ่าย
การมีคู่เหมือนการต่อจิ๊กซอร์ จิ๊กซอร์ที่มันมีเหลี่ยมมุม ต้องต่อให้สนิทพอดี ซึ่งแล้วแต่ว่ามุมไหนจะชนมุมไหน ถ้าไม่เข้ากันก็ต้องพลิกจิ๊กซอร์ เพื่อให้จิ๊กซอร์ต่อกันอย่างสนิทพอดี
August 22nd, 2008 | in
บ้ากับตัวเอง |
Add comment
คุณเคยไหมครับ ที่หวังดีกับใคร แต่.. สิ่งที่ได้กลับมา คือความโกรธ
ผมเคยครับ หลายครั้งด้วย และคิดว่าทุกๆ คนก็คงเคยเหมือนผม
แต่เหตุการณ์ครั้งนี้แปลกกว่าทุกครั้งตรงที่ ครั้งก่อนๆ ก่อนหน้าที่จะไปพูดคุยอะไร (แสดงความหวังดี) คนคนนั้นอาจจะโกรธเคืองผมอยู่ก่อนแล้ว แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ครับ ครั้งนี้คนคนนั้น คุยกับอย่างปกติมากครับ แล้วผมก็แสดงความหวังดีครับ
แต่ก็คุยไปเรื่อยๆ แล้วอยู่ๆ ก็พิมพ์มาบอกว่า “จะทำอะไรก็ทำ - -” ลืมบอกไปครับว่าคุยผ่าน MSN
เท่านั้นแหละครับพี่น้องครับ งง - -”
ผมพยายามเอาบันทึกการสนทนา (Chat Log) มาอ่านประมาณ 4 รอบ ก็ยังงงอยู่ ว่า ผมผิดตรงไหน?
หลังจากเหตุการณ์นี้ประมาณ 5 นาที ผมก็นั่งทำใจอยู่สักพัก และก็ได้ให้เพื่อนผมช่วยครับ แต่เพื่อนผมก็ได้บอกแต่ว่า “เข้าใจใช่ไหม เราเป็นคนกลาง” ผมก็ยิ่งอึ้งเข้าไปใหญ่เลยครับ สรุปว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันเนี่ยะ งงโคตร!
เหตุการณ์ในครั้งนี้จะเกิดขึ้นอันเนื่องจากด้วยเหตุผลอันใดก็แล้วแต่ อาจจะเป็นความเข้าใจผิด หรือผมเกิดพิมพ์อะไรผิดไป
แค่อยากให้เธอคนนั้นรู้ว่า “เราไม่ได้มีเจตนาร้ายอันใด ไม่ได้อวดดี ไม่ได้มีจิตใจที่ไม่บริสุทธิ์เลย เราเข้าไปคุยก็เพราะความหวังดีทั้งสิ้น หรือหากเราแสดงคำพูดที่ทำให้แกเข้าใจผิด ทำให้แกไม่สบายใจ เราขอโทษนะ”
สุดท้ายนี้ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย .. เย้ย! ไม่ต้อง..
สุดท้ายนี้อยากบอกว่า “ถ้ามีอะไรหรืออยากปรับความเข้าใจอะไร ก็มาคุยกับเราได้นะ”